บทเพลง

Loading...

ยินดีตอนรับ

club สุขภาพ มีสิ่งดีๆแนะนำมากมายให้ค้นหาค่ะ



สุขภาพ

Loading...

วันเสาร์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2554

ปฏิกิริยา: 
ฟาสต์ฟู้ด ตัวการมีลูกยาก

ฟาสต์ฟู้ด อาหาร

        ข่าวนี้สำหรับคุณผู้ชายโดยเฉพาะค่ะ เพราะ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ได้ออกโรงเตือนหนุ่ม ๆ ผู้ชื่นชอบอาหารจานด่วนที่อุดมไปด้วยไขมันร้าย (LDL) แล้วว่า อาจทำให้ร่างกายผลิตสเปิร์มได้น้อยลง แถมเสปิร์มยังอ่อนแออีกด้วย

         ทั้งนี้เป็นเพราะอาหารเหล่านั้นเต็มไปด้วยไขมันอิ่มตัวที่เป็นสาเหตุของโรคไขมันในเลือดสูง และส่งผลให้ร่างกายขาดไขมันดี HDL ที่เป็นส่วนประกอบสำคัญในการสร้างเยื่อหุ้มเซลล์สเปิร์ม

          ดังนั้นหนุ่ม ๆ ที่วางแผนจะมีเจ้าตัวน้อยควรต้องงดอาหารฟาสต์ฟู้ดแล้วหันมากินอาหารที่มีไขมันดี อย่างน้ำมันพืชชนิดต่างๆ อะโวคาโด เนยถั่ว ถั่วเปลือกแข็ง ธัญพืช และสัตว์เนื้อขาวอย่างปลาและไก่ จะช่วยลดโอกาสเสี่ยงมีบุตรยากได้ถึงกว่าร้อยละ 40 เลยนะคะ

ปฏิกิริยา: 
ซูชิ...เคล็ดลับอ่อนกว่าวัย
        สาวๆ women.mthai ทั้งหลายที่พยายามอย่างยิ่งในการรักษาหุ่นให้ดูดีผอมเพรียว สุขภาพดี ว่ากันว่าถ้าคุณทานอาหารญี่ปุ่นทุกวัน  ประโยชน์ก็จะตกอยู่กับร่างกายของคุณในไม่ช้า  ทั้งนี้เพราะในอาหารญี่ปุ่นส่วนใหญ่ประกอบด้วยผัก และปลา  ซึ่งมีไขมันต่ำมาก




       องค์การอนามัยโลกระบุว่า  สาวชาวญี่ปุ่นได้ชื่อว่า  มีอายุยืนมากที่สุด  และรักษาสุขภาพดีที่สุดในโลก  หลายปีที่ผ่านมาพวกเธอไม่เคยเจ็บป่วยเป็นโรคร้ายแรงหรือต้องเข้าออกโรงพยาบาลเป็นว่าเล่ย  เมื่อเปรียบเทียบกับผู้หญิงในภูมิภาคอื่นพวกเธอมีอัตราการเป็นมะเร็งเต้านมและโรคหัวใจต่ำ  ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า  ปัจจัยสำคัญเป็นเพราะอาหาร

       1. การนำเสนอเป็นกุญแจสำคัญ
  เสริร์ฟอาหารแต่พอประมาณบนจานสวยๆ  ใบเล็ก  จะช่วยให้คุณประทับใจกับอาหาร  ผู้หญิงญี่ปุ่นยังยึดสุภาษิตที่ว่า  “ฮารา  ฮาซิ  บันเม”  ซึ่งหมายถึงทานให้อิ่มแค่ 80%


       2. เน้นปลา  ผัก  ข้าว  ถั่วเหลือง  และผลไม้  คิดถึงผักเป็นอาหารจานหลักไม่ใช่แค่เครื่องเคียง


       3. ทานอาหารที่มีไฟเบอร์สูง  ข้าวกล้อง  งดขนทป้งขาว  มัฟฟิน  หรือขนทปังโรลต่างๆ


       4. ใช้น้ำมันเรพสีดอออยส์ (rapeseed  oil) ซึ่งเป็นไขมันไม่อิ่มตัวปรุงอาหาร  เป็นน้ำมันปรุงอาหารยอดนิยมอันดับหนึ่งของชาวญี่ปุ่น


       5. เปลี่ยนจากชาดั้งเดิมเดิมมาเป็นชาเขียว  จากการศึกษาพบว่า  ชาเขียวมีเคทชินโพลิฟินอลส์  ซึ่งเป็นสารที่ช่วยกระตุ้นในเกิดการเผาผลาญแคลอรี่  นอกจากนี้ชาเขียวอุดมไปด้วยสารแอนตี้ออกซิเดนต์  ซึ่งช่วยซะลอความแก่…ดื่มซะ

       6. เคลื่อนไหวไม่หยุดนิ่ง  รูปแบบการใช้ชีวิตของชาวญี่ปุ่นมักไม่หยุดนิ่ง  พวกเขาออกกำลังอยู่เป็นประจำ  ไม่ว่าจะเป็นการเดิน  หรือการปั่นจักรยาน


การกินและรูปแบบการใช้ชีวิตของชาวญี่ปุ่น
เริ่มต้นเคล็ดลับแบบโตเกี่ยวได้เสียแต่บัดนี้
ปฏิกิริยา: 
สัญญาณเตือน...ทานอาหารไม่เหมาะ
     สาวๆ ทั้งหลายเคยสังเกตร่างกายของตัวเองกันบ้างมั้ยคะ ว่าเกิดมีปฏิกิริยาตอบกลับมาเป็น ผดผื่น คัน ผิวหนังลอกเป็นขุยบ้างหรือเปล่า ถ้าหากว่ามีล่ะก็ อาจจะไม่ใช่แค่อากาศหนาว คุณอาจจะกำลังทานอาหารไม่ถูกต้องอยู่น่ะค่ะ วันนี้ จึงนำ สัญญาณเตือน...ที่ร่างกายคุณฟ้องว่า คุณทานอาหารไม่เหมาะสมมาฝากกันค่ะ




     ผิวหนังมีปัญหา เช่น มีอาการคัน หรือลอกเป็นขุย แม้จะไม่ใช่ช่วงหน้าหนาว อาการเช่นนี้อาจเป็นลักษณะของ
การ ขาดวิตามิน A ผักและผลไม้ ที่มีสีเหลือง สีส้ม หรือสีเขียวเข้ม ล้วนแต่อุดมไปด้วยวิตามิน A เพียงพอที่จะทำ
ให้ผิวคุณเป็นปกติ ไม่ควรทานวิตามิน A เสริมที่อยู่ในรูปแบบเม็ด เพราะการได้รับโดยตรงเช่นนี้มากเกินไปจะเป็น
อันตรายได้


     ผมไม่เงางาม ในกรณีที่รุนแรง ผมของคุณจะไม่สามารถจัดทรงได้เลย เป็นผลมาจากการ ขาดโปรตีนและธาตุ
เหล็ก โดยเฉพาะกลุ่มคนที่เป็นมังสวิรัติ หรือคนที่จำกัดอาหารอย่างมาก  ดังนั้นคุณจึงควรที่จะทานอาหารที่มีกาก
ใยควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย ส่วนคนที่เป็นมังสวิรัติ ต้องได้สารอาหารจาก พืชผัก ข้าว และ ถั่ว ในอัตราส่วน
ที่เหมาะสม เพื่อที่จะได้โปรตีนทดแทนโปรตีนจากเนื้อสัตว์ที่ขาดไป และเพิ่มเติมด้วยกะหล่ำดอก และผลไม้
เปลือกแข็ง เช่น เกาลัด ถั่วแขก และถั่วเหลือง ซึ่งอุดมไปด้วยไบโอติน


     ท้องผูก เป็นอาการที่กำลังบอกคุณว่า คุณต้องได้สารอาหารพวกไฟเบอร์ หรืออาหารที่มีกากใย เช่น ผักผล
ไม้ต่าง ๆ อย่างน้อยวันละ 25 กรัม และดื่มน้ำให้มากขึ้นด้วย


     ผายลมบ่อย แม้ว่าไฟเบอร์จะมีประโยชน์ แต่ถ้ากินมากเกินไป หรือได้รับสารอาหารประเภทนี้เร็วเกินไป เช่น
กินถั่ว หรือไม้จำพวกที่มีฝัก เช่น กระถิน ทองหลาง ร่างกายของคุณจะผลิตแก๊สตามออกมามากกว่าอาหาร ที่
ย่อยง่ายตามปกติ วิธีแก้ปัญหาคือค่อย ๆ เพิ่มสารอาหารพวกไฟเบอร์อย่างช้าๆ ถ้าคุณเคยกินแค่เพียงวันละ 10
กรัม อย่าเพิ่มเป็น 25 กรัมในวันรุ่งขึ้น ในสัปดาห์แรกเพิ่มแค่เพียง 5 กรัม แล้วสัปดาห์ต่อมาค่อยเพิ่มอีก 5 กรัม


     ข้อต่อมีเสียงดังหรือปวดบริเวณข้อต่อ อย่าเพิ่งไปโทษโรคข้ออักเสบ อาจเป็นไปได้ว่าคุณกินปลาน้อยเกินไป
กรดไขมันประเภทโอเมก้า -3 ที่พบมากในปลา เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า จะทำให้ข้อต่อของคุณเคลื่อนไหว
ได้สะดวกขึ้น ซึ่งจะช่วยให้กระแสโลหิตไหลเวียนดีขึ้น ลดอาการบวมและปวดบริเวณข้อต่อ


     สเปิร์มน้อยลงไปมาก ถ้าคุณกำลังพยายามที่จะมีลูก และมีปัญหาระดับของสเปิร์มต่ำกว่าปกติ อาจเป็นไปได้
ว่าคุณ ขาดวิตามิน C ซึ่งเป็นตัวสำคัญในการกระตุ้นการทำงานระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย  จากการศึกษาพบว่า
วิตามิน C ยังช่วยในการรักษาปริมาณและความสมบูรณ์ของตัวสเปิร์มด้วย Earl Dawson, Ph.D., ที่ University
of Texas Medical Branch ที่ Galveston แนะนำว่าให้ผู้ชายดื่มน้ำส้มอย่างน้อยวันละประมาณ 1 ลิตรทุกวัน โดย
บอกว่าวิตามิน C มีส่วนช่วยป้องกันสเปิร์มจากอันตรายและความเสียหายในทุกๆ ด้าน


     หัวใจเต้นผิดปกติ หัวใจของคนเราเป็นกล้ามเนื้อที่มีการบีบตัวมากกว่า 100,000 ครั้งต่อวัน คงไม่สามารถทำ
งานอย่างสมบูรณ์แบบได้ตลอดเวลา แต่ถ้าอยู่ ๆ คุณ รู้สึกว่าหัวใจเต้นเร็วกว่าปกติ หรือเต้น ๆ หยุด ๆ โดยไม่มี
เหตุผล ถ้ามีอาการเจ็บปวด หรือหน้ามืด เวียนศีรษะด้วย ให้รีบไปพบแพทย์ทันที แต่ถ้าแพทย์พบว่าไม่มีอะไรผิด
ปกติ แต่หัวใจคุณก็ยังมีอาการเต้นผิดปกติในบางครั้ง คุณอาจจะ ขาดสารอาหารพวกแม็กนีเซียมหรือโปแตส
เซียม สำหรับโปแตสเซียม ให้ดื่มน้ำส้มวันละ 2-3 แก้ว ช่วงอาหารเช้าให้เพิ่มกล้วยเข้าไปในส่วนหนึ่งของเมนู สำ
หรับแม็กนีเซียม ให้ทานอาหารว่างที่เป็นพวกเม็ดมะม่วงหิมพานต์ เมล็ดทานตะวัน หรือเมล็ดฟักทอง และผักโขม
เป็นอีกตัวหนึ่งที่มีแร่ธาตุช่วยในการทำงานของหัวใจ


     ปวดเหงือก ถ้าการเจ็บปวดเกิดจากการอักเสบ ก่อให้เกิดความเจ็บปวดและปัญหาของเหงือก แสดงว่าปากของ
คุณกำลังต้องการ แบคทีเรียที่มีประโยชน์ ให้มาช่วยจัดการกับแบคทีเรียในปากที่มีอันตราย ให้กินโยเกิร์ตที่มี
แบคทีเรียที่เราต้องการเป็นอาหารว่างในช่วงเช้าของทุกวัน


     กระดูกแตก ถ้ากระดูกคุณแตกมากกว่า 2-3 ครั้งตั้งแต่โตเป็นผู้ใหญ่ อาจเป็นไปได้ว่ากระดูกของคุณอยู่ใน
ภาวะอ่อนแอ อาจมีสาเหตุมาจากการ ขาดวิตามิน D และแคลเซียม ซึ่งเป็นตัวประกอบที่สำคัญในการสร้างกระดูก ผู้ชายก็ต้องการแคลเซียมมากเหมือน ๆ ผู้หญิง เพราะผู้ชายมักจะกินเนื้อมากกว่า ซึ่งอุดมไปด้วยฟอสฟอรัส ยิ่ง
ร่างกายได้รับฟอสฟอรัสมากเท่าไร ก็ยิ่งต้องการแคลเซียมมากขึ้นเท่านั้น อาหารที่อุดมไปด้วยแคลเซียม ได้แก่
ปลาเล็กปลาน้อย กุ้งแห้ง โยเกิร์ต นมและเนยแข็ง (ไขมันต่ำได้ก็ดี)


     ขี้ลืม อาจเป็นได้ว่าคุณขาดวิตามิน B ในการศึกษาที่ USDA Human Nutrition Research Center in Boston
นักวิจัยพบว่าผู้ชายที่มีระดับของวิตามิน B 6 B 12 และ B folate สูงในเลือด จะมีความทรงจำที่ดีกว่าจากการ
ทดสอบพบว่า สารอาหารพวกนี้ช่วยให้สมองทำงานได้ เต็มที่ และยังช่วยควบคุม homocysteine ซึ่งเป็นกรดอะมิ
โนชนิดหนึ่งที่อยู่ในร่างกาย ซึ่งเป็นตัวขัดขวางการที่เลือดจะไปหล่อเลี้ยงสมอง ถั่วเป็นอาหารที่อุดมไปด้วย
วิตามิน B 6 และโฟเลต มากที่สุด และไม่ต้องกังวลกับการขาดวิตามิน B 12 เพราะมีมากในเนื้อสัตว์และอาหาร
ทะเล
ปฏิกิริยา: 
4 ทริคดี แก้อาการปวดหลัง


 
สาวๆ คนไหนที่มีอาการปวดหลังอยู่เป็นประจำ วันนี้ women.mthai มีวิธีแก้อาการปวดหลังมาฝากกันค่ะ

ฝึกพิลาทิส
    
เป็นการออกกำลังกายที่เน้นการสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและลำตัว ท่าที่ใช้ในการลดอาการปวดหลัง
คือ ท่ายกเชิงกราน ท่าหนีบหมอน และท่าหมุนข้อเท้า เคล็ดลับ คือ เมื่อหายใจเข้าต้องเอาอากาศ เข้าไปเต็มปอด ซึ่งจะรู้สึกว่าสะดือถูกยกขึ้น และค่อย ๆ หายใจออกทางปาก และกดสะดือลง

ว่ายน้ำ

    
การว่ายน้ำจะช่วยลดอาการของโรคปวดหลังได้มาก เพราะไม่สร้างแรงกดแรงกระแทก แต่ควรงดว่าย ท่ากบ
เพราะต้องแอ่นหลังมาก

ปรับเปลี่ยนท่านอน

    
ห้ามนอนคว่ำ นอนหงาย เพราะจะทำให้กระดูกสันหลังแอ่น หากนอนหงายควรใช้หมอน ข้างหนุนโคนขาจะทำ
ให้สะโพกและเข่างอเล็กน้อย ซึ่งช่วยให้กระดูกสันหลังหายแอ่นและแบนติดที่นอน การนอนตะแคงเป็นท่าที่ดีที่
สุด แต่ต้องระวังเพราะอาจทำให้กระดูกสันหลังแอ่นได้ ฉะนั้นควรนอนให้ขาล่างเหยียดตรง ขาบนงอ สะโพกและ
เข่ากอดหมอนข้างไว้ ทำให้หลังโก่งเล็กน้อย

การหยิบจับของ

    
ให้ย่อตัวแล้วยกของหนักมาชิดตัว แล้วลุกขึ้นยืนด้วยกำลังขา ขณะที่อุ้มของหนักให้ของชิดตัวตลอดเวลา เมื่อ
จะวางของ ลงให้ทำเช่นเดียวกับตอนยกขึ้น

ปฏิกิริยา: 
อาหาร 6 คู่ กินแล้วดี

 
     สาวๆ หลายคนทราบกันอยู่แล้วใช่ไหมคะว่า "อาหาร" นั้นเป็น 1 ในปัจจัย 4 ที่ร่างกายของเราทุกๆ คนต้องการ
มากที่สุด แล้วคุณสาวๆ รู้กันอีกรึป่าวคะว่าอาหารบางชนิดนั้นหากได้จับคู่กันแล้ว รับรองว่าจะเพิ่มประโยชน์ต่อร่าง
กายคุณอย่างมากเลยที่เดียว... วันนี้ women.mthai ขอแนะนำอาหารคู่กินแล้วดีต่อสุขภาพทั้ง 6 คู่ค่ะ




     1.หอยนางรมกับมะนาว : หอยนามรมเป็นอาหารที่อุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการมากมาย ทั้ง วิตามินเอ
วิตามินบีหนึ่ง แร่เหล็ก ไอโอดีน แมกนีเซียม แคลเซียม ฯลฯ ซึ่งการบีบมะนาวลงไปจะช่วยทำให้หยุดการเจริญ
เติบโตของแบคทีเรียและช่วยขจัดกลิ่นคาวของหอยนางรมได้ แต่ขอแนะนำว่าควรกินหอยนางรมแบบที่ปรุงสุก
แล้วจะดีกว่า เพราะไม่อย่างงั้นแล้วอาจจะมีอาการท้องเสียได้นะคะ




     2.เต้าหู้กับสาหร่ายทะเล : ถ้าพูดถึง 2 สิ่งนี้แล้ว จะนึกถึงเมนูต้มจืดสาหร่ายใส่เต้าหู้เลยค่ะ เพราะเป็นอาหารที่
ทำง่าย แถมอร่อยด้วย โดยเต้าหู้เป็นอาหารมีสารซาโปนิน ซึ่งถ้าเรากินในปริมาณที่มากเกินไปจะทำให้ไอโอดีน
ในร่างกายลดลงได้ แต่ถ้ากินกับคู่กับสาหร่ายทะเลล่ะก็ ไม่ต้องกังวลเรื่องดังกล่าวเลยจ้ะ เพราะในสาหร่ายทะเล
เป็นแหล่งรวมไอโอดีนนั้นเอง




     3.มันฝรั่งกับชีส : ว่ากันว่ามันฝรั่งอบชีส จะต้องเป็นเมนูอาหารจานโปรดของใครหลายคนเลยใช่ไหมคะ เพราะ
ความอร่อยที่แค่พูดถึงแล้วก็อยากจะกินเลย ซึ่งรู้กันหรือไม่ว่าชีสสามารถช่วยเติมโปรตีนและไขมันที่มันฝรั่งไม่มี
ให้กับร่างกายได้ ทำให้เป็นเมนูที่ทั้งอร่อยและมีประโยชน์ต่อร่างกายจริงๆ



     4.แครอทกับน้ำมันทอด : นอกจากจะเป็นผักที่มีสีสันสวยงามทำให้อาหารดูน่ากินแล้ว แครอทยังเป็นแหล่ง
รวมวิตามินเอที่ไม่ละลายในน้ำมันอีกด้วย ซึ่งการกินให้ได้ประโยชน์มากที่สุดนั้นจึงควรที่จะนำมาปรุงเป็นอาหาร
และเติมน้ำมันลงไปเล้กน้อยเพื่อเป็นการช่วยให้ร่างกายดูดซึมวิตามินเอได้ สำหรับในกรณีที่นำแครอทไปปั่นเป็น
น้ำผลไม้นั้น จะทำให้ร่างกายไม่สามารถดูดซึมวิตามินเอไปใช้ได้ ดังนั้นจึงควรนำมาทำเป็นอาหารกินดีกว่านะคะ




     5.ข้าวเหนียวกับพุทรา : อาหาร 2ชนิดนี้ถือว่าเป็นตัวช่วยของกันและกันจริงๆ เพราะข้าวเหนียวมีวิตามินบี 1
และวิตามินบี 2 แถมยังช่วยในเรื่องการย่อยอาหารอีกด้วย ส่วนพุทรานั้นก็อุดมไปด้วยธาตุเหล็ก และแคลเซียม
ที่ข้าวเหนียวไม่มี




     6.ผักโขมกับงา : ผักโขมเป็นผักที่มีวิตามินและแร่ธาตุมากมาย ทั้ง วิตามินเอ วิตามินซี กรดอะมิโน
ฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก เบต้าแคโรทีน ฯลฯ ซึ่งกรดออกซาลิกที่มีอยู่ในผักชนิดนี้ ถ้าไปรวมตัวกับแคลเซียมอาจจะ
ทำให้เกิดก้อนนิ่วได้ แต่ถ้ากินคู่กับงาล่ะก็ปัญหานี้จะหายไป เพราะงานั้นมีสรรพคุณในการป้องกันการเกิดก้อนนิ่ว
และยังมีโปรตีน ไขมัน แคลเซียม วิตามินบี ที่ผักโขมไม่มีอีกด้วย





 
ปฏิกิริยา: 
เครื่องสำอางค์ของคุณ หมดอายุแล้วหรือยัง??


ปฏิกิริยา: 
7 เรื่องต้องห้ามที่สาวๆ ไม่ควรทำ




โปรดระวัง! ข้อผิดพลาดพวกนี้ไม่มีทางที่จะช่วยให้คุณดูสวยขึ้นมาหรอก

      บีบสิว ใครๆก็รู้ถึงผลเสียของมัน แต่ควบคุมความอยากบีบได้ยากจริงๆ

      ปล่อยให้สีเล็บหลุดร่อน นอกจากจะทำให้ดูเสียบุคลิกแล้ว ยังอาจส่งผลเสียต่อเนื้อเล็บได้

      เข้านอนโดยไม่ล้างหน้า ไม่ว่าคุณจะเหนื่อยขนาดไหนก็อย่าทำอย่างนั้นบ่อยๆ เพราะสิ่งสกปรกและเครื่องสำอางที่แต่งไว้ตั้งแต่เช้านั้น อาจเข้าไปอุดตันรูขุมขนจนทำให้เกิดสิวได้

      ไม่ยอมสระผม ถึงแม้ผู้เชี่ยวชาญจะแนะนำไม่ให้สระผมบ่อยในช่วงหน้าหนาว แต่ถ้าคุณปล่อยให้สิ่งสกปรกหมักหมมอยู่บนหนังศีรษะเป็นประจำละก็ คุณก็จะไม่เหลือเส้นผมให้สระอีกต่อไป

      ใช้เครื่องสำอางหมดอายุ ไม่ว่าคุณจะชื่นชอบเครื่องสำอางชิ้นนั้นมากแค่ไหน ก็ควรทิ้งไปเมื่อหมดอายุแล้ว ไม่เช่นนั้นมันอาจย้อนมาทำร้ายคุณได้

       กัดเล็บ คุณคงรู้ดีอยู่แล้วนะว่ามันทำให้เสียบุคลิก และเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้

      ใช้แต่สีที่ชอบ โดยไม่คำนึงว่ามันดูสวยหรือเปล่า ลองศึกษาเรื่องสีที่จะทำให้คุณดูสวยซะหน่อยนะ
  
ปฏิกิริยา: 
ริมฝีปาก กระชากใจหนุ่ม

ลิปสติก ริมฝีปาก 



     "ลิปสติก" เมคอัพประจำกายหญิงสาวอีก 1 ชิ้นที่ขาดไม่ได้ D-Trick มีเคล็บลับการแต่งแต้มสีสันบนเรียวปากให้สมบูรณ์แบบมาฝาก


    
"ลิปสติกสีแดง ดวงคิดว่าเป็นสีที่มีเสน่ห์ดึงดูด ทำให้ผู้หญิงมีความมั่นใจมากขึ้น แต่บางทีสีแดงก็เป็นสีที่อันตราย เป็นดาบสองคม ฉะนั้นต้องดูสีโทนแดงให้ดีเพราะมีหลายเฉด ถ้าผิวคล้ำก็อาจจะแดงกล่ำๆ แดงเชอร์รี่ ดูวินเทอร์ แต่ถ้าเป็นคนหวานปรับเป็นแดงไม่เข้า อาจต้องเริ่มเปลี่ยนตัวเองเป็นแดงอมชมพู หรือถ้าเป็นแดงสด ต้องสำหรับคนเปรี้ยวเท่านั้น" 


    
เทคนิคการทาปากสีแดง  ของไฮโซสาว คุณดวง วรรณพร ต้นแบบการทาลิปสติกสีแดงคนแรกๆ ในเมือง ไทย แต่หากใครยังไม่กล้าพอที่จะทาสีแดง แต่ปรับเป็นสีที่คิดว่าใช่สำหรับตัวเราก็สวยพอ
ก่อนอื่นต้องรู้จักวิธีจุดสำคัญของริมฝีปากตัวเองก่อน ซึ่ง Za มีวิธีดูริมฝีปากแบบง่ายๆ มาบอก ได้แก่ จุดสูงสุดของริมฝีปากบนจะตรงกับกึ่งกลางใต้รูจมูก มุมปากทั้งสองด้านโดยมากจะตรงกัน และได้รูปชัดเจน ส่วนแนวริมฝีปากล่าง จะใกล้เคียงกับแนวขากรรไกร มาถึงขั้นตอนการทาลิปสติก ให้เปิดปากเล็กน้อยคล้ายการออกเสียงตัว A ทาลิปสติกจากกึ่งกลางออกด้านข้างให้ทั่วริมฝีปาก จากนั้นจรดปลายตัดเฉียงของแท่งลิปสติกจากมุมปากบนและล่าง ให้ทาเข้ากึ่งกลางริมฝีปากจนถึงรอยหยัก ทำเหมือนกันทั้งมุมปากซ้ายและขวา

    
ส่วนใครอยากให้ริมฝีปากอวบอิ่มกว่าปกติ ถ้าแต่งหน้าใสๆ ให้ใช้ลิปกลอสเคลือบทั่วทั้งปากอีกครั้ง แต่ถ้าใครไม่ชอบ แนะนำให้ใช้ดินสอเขียนขอบปากสีใกล้เคียงกับลิปสติกเขียนเกินแนวปากออกมาเพียงเล็กน้อย

ปฏิกิริยา: 
6 ท่า ฟิตแอนด์เฟิร์ม หน้าและหุ่นสวย


ออกกำลังกาย หุ่นสวย



   1.ลดแก้ม เพื่อหน้าเรียวด้วยการบริหารหน้าคือทำปากเป็นรูปตัวโอ ค้างไว้นับ1-10 แล้วพัก 1-2 วินาที แล้วทำติดต่อกัน 10 ครั้ง

   2.ลดต้นแขน
เตรียมร่างกายให้พร้อม นั่งตัวตรง งอศอกเป็นรูปตัวแอลแขนทั้งสองข้างแนบลำตัวไว้ มือถือดัมเบลล์ (ถ้าไม่มีให้ใช้ขวดน้ำ ขนาดพอดีมือ น้ำหนักไม่หนักมากจนเกินไป) แล้วออกแรงบริเวณต้นแขน ยกดัมเบลล์ขึ้น ให้แขนอยู่ในลักษณะตัววี ยกขึ้น-ลงทั้งหมดเซ็ตละ 12 ครั้ง 3เซ็ท

   3.ลดหน้าท้อง
หน้าท้องหรือกินแล้วลงพุง เป็นปัญหาทั้งคนอ้วน และคนผอม ท่าบริหารก็คือ นั่งเหยียดขากับพื้น ตัวตรง มืทั้งสองข้าง ประสานไว้ใต้คาง แล้วค่อยๆเอนตัวไปด้านหลัง เอียงประมาณ 30 องศาจากพื้น เกร็งค้างไว้  นับ 1-10 ทำอย่างนี้ 2 เซ็ท (หรือทำมากกว่านี้ก็ได้คะ)

   4.ลดเอว
ยื่นตัวตรง กางแขนออกสองข้าง กางแขนกว้างประมาณ ฟุตครึ่ง  เอาไปไขว้ไปด้านหลังข้างเดียว มืออีกข้างไขว้มาด้านหน้า แล้วปิดตัวไปด้านที่มือไขว็อยู่ด้านหลัง ให้มากที่สุด เกร็งไว้ พร้อมนับ 1-10 แล้วเปลี่ยนข้าง ทำติดต่อกัน 10 ครั้ง

   5.ลดก้น
ท่านี้ต้องหาอุปกรณเสริม อย่างเก้าอี้ที่มีพนักพิง เริ่มที่ ให้ยืนตัวตรง มือเกาะที่พนักเก้าอี้ไว้ แล้วยกขาข้างหนึ่งไปข้างหลังให้มากที่สุด นับ1-10 ช้าๆ แล้ววางเท้าลง เปลี่ยนข้าง ทำเช่นนี้ติดต่อกันสิบครั้ง

   6.ลดต้นขา
หลังจากยื่ยๆนั่งๆ คราวนี้เรามาท่านอนกันบ้าง นอนหงาย ยกตัวขึ้นจนสะโพกลอย เอามือรองใต้สะโพกไว้ แล้ว ทำท่าปั่นจักยานกลางอากาศ 15 ครั้ง

       หลังจากทำท่าการบริหารครบทุกท่าแล้ว อาจวิ่งจ๊อกกิ้งเบาๆ เพื่อกระตุ้น การทำงานของหัวใจให้แข็งแรงขึ้น นอกจากหุ่นจะดีขึ้นแล้ว ผิวก็ยังสวยขึ้น สุขภาพก็จะดีขึ้น ออกกำลังกายวันละนิด รับรอง สวยตลอดกาลแน่นอน
       หลายคนที่กำลังเผชิญกับปัญหา ต้นแขน ต้นขาใหญ่ หน้าท้องย้อย ก้นใหญ่ มีเซลลูไลท์มาคอยรบกวนจิตใจ ให้ไม่มั่นใจเวลาที่จะใส่เสื้อผ้าสวยๆ ไม่ว่าคุณจะอ้วน อวบ หรือผอม ก็ต้องระวังและให้ความสำคัญกับการออกกำลังกาย เพื่อให้ได้รูปร่างที่ฟิตแอนเฟิร์มอยู่เสมอ โดยไม่ต้องไปเสียเงินราคาแพง  กับ 6 ท่าพิชิตหุ่นสวย มาดูกันเลย
ปฏิกิริยา: 
17 วิธี รีเฟรช สุขภาพ แบบ ฮอต ฮอต
สุขภาพ16. คอนแทคเลนส์ไม่ช่วยอะไร โดยเฉพาะรุ่นที่เคลมว่าสามารถดูดซับรังสีได้ เพราะอย่างไรก็ด้อยประสิทธิภาพกว่าแว่นกันแดด ดังนั้นจึงไม่อาจใช้แทนกันได้

17. ผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดด ที่น่าเลือกมากที่สุดในปัจจุบัน ควรมีคุณสมบัติบางเบา ซึมซาบไว
ติดทนนาน และมีส่วนผสมของสารประกอบจากไทเทเนียม หรือซิงค์ออกไซด์



     อุณหภูมิ และสภาพอากาศในช่วงฤดูร้อนส่งผลกระทบต่อสุขภาพมากกว่าที่เราเคยคาดคิด และนี่คือความจริงรวมทั้งวิธีรักษาสุขภาพ 17 ข้อที่เรา อยากให้คุณอ่าน เพราะมันมีประโยชน์มากกว่าที่คิด อัพเดทสุขภาพกับ 17 ความรู้  HOT HOT .....

ผู้หญิง ความสวย คงามงาม1. ป้องกันอาการขาดน้ำด้วยการดื่มน้ำเปล่าที่สุกแล้ว หรือแบบปรุงแต่งด้วยน้ำตาล เกลือแร่ สมุนไพร เยอะๆ เพราะหน้าร้อน ร่างกายภายในจะมีอุณหภูมิสูง และขับเหงื่อออกมามาก จนอาจทำให้คุณช็อกหมดสติ

2. หลีกเลี่ยงน้ำแข็งหรือน้ำเย็นจัด เพราะอาจทำให้อุณหภูมิในร่างกายเปลี่ยนแปลงเร็วจนไม่สบาย

3. ไม่ควรนอนให้ลมหรือความเย็นโกรก ความร้อนจากแดดทำให้เสียเหงื่อ เสียพลัง เมื่อนอนหลับตากลมในขณะเหงื่อออก จะทำให้อุณหภูมิร่างกายลดต่ำลง ถ้าอุณหภูมิภายนอกยังสูงอยู่ แล้วเหงื่อไม่สามารถระบายออกมาได้ จะมีความร้อนสะสมอยู่ข้างใน ทำให้เวียนหัว รู้สึกหนักหัว ไม่สดชื่นแจ่มใส อาจทำให้เป็นหวัดได้

4.
อย่างดอาหารเช้า เพราะร่างกายต้องการอาหารเพื่อกระตุ้นระบบเผาผลาญ ซึ่งจะช่วยควบคุมน้ำหนัก ควรหลีกเลี่ยงอาหารจำพวกแป้ง ของทอด ของมัน

5. หญิงตั้งครรภ์ ต้องสวมเสื้อผ้าที่มิดชิด เพื่อป้องกันการกระทบกับความเย็น อาหารที่กินต้องสะอาด ไม่ควรนอนบนสื่อที่เย็น และห่มผ้าคลุมกายเสมอระวังอย่าให้เป็นหวัด ห้ามอาบน้ำร้อนจัดหรือเย็นจัดจนเกินไป

6. คนสูงอายุมักมีระบบย่อยที่ไม่ดี และคนที่มีม้ามบกพร่อง ถ้าดื่มน้ำเย็นมากเกินไปจะเกิดความชื้นสะสมในร่างกาย ทำให้ท้องเสีย ติดเชื้อราง่าย ขี้หนาว ปวดหัว ตัวร้อน

7. เลือกครีมกันแดดที่มีส่วนผสมของ Mexoryl และ Tinosorb เพราะสามารถกรอง รังสียูวีเอและยูวีบี ได้ดี เช่น Vichy, Nivea และ Ambre Solaire จาก Garnier

8. หากผิวแสบร้อนจากการโดนแดด บรรเทาได้ด้วยการกินยาแอสไพริน แล้วแช่ตัวในอ่างน้ำอุณหภูมิห้อง ผสม Bath Oil จากนั้นบำรุงผิวด้วยโลชั่นที่มีส่วนผสมของว่านหางจระเข้ และหลีกเลี่ยงแดดในวันถัดไป

9. ทำสเปรย์บรรเทาผิวไหม้เกรียมอย่างง่ายๆ ด้วย น้ำกรองบริสุทธิ์ 2 ออนซ์ ใส่เอสเซนเชียลออยล์กลิ่นลาเวนเดอร์ 9 หยด กลิ่นเปปเปอร์มินต์ 2 หยด และสเปียร์มินต์ 1 หยด ผสมรวมกันแล้วใส่ในขวดสเปรย์ พกติดตัวและฉีดพรมเมื่อมีอาการ

10. เลือกเครื่องสำอางแบบครีม ที่มีเนื้อแห้งเหมือนแป้ง หากหน้ามันปัดทับด้วยบรอนเซอร์หรือแป้งฝุ่น

11. ควรเลือกใส่เสื้อผ้าเนื้อเบาสบาย ระบายอากาศได้ดีอย่างผ้าฝ้ายธรรมชาติ ที่หลวมกระชับตัว

12. หลีกเลี่ยงอาหารที่ให้น้ำตาลสูง อย่างอาหารจำพวกแป้ง คาร์โบไฮเดรต และผลไม้รสหวานจัด เพื่อควบคุม ระดับพลังงานที่มากเกินไปจนส่งผลต่ออุณหภูมิสูงจากภายในของร่างกาย

13. ป้องกันแมลงกัดต่อยซึ่งมีชุกชุมในฤดูร้อน ด้วยการเลือกทาผลิตภัณฑ์ที่สกัดจากพืชสมุน ไพรธรรมชาติ

14. เลือกแว่นกันแดดขนาดใหญ่ที่ให้การปกปิดมิดชิด กระชับใบหน้า เพื่อป้องกันรังสียูวีบีจากการเกิดต้อกระจกในดวงตา และผิวไหม้เกรียม ริ้วรอยรอบดวงตา

15. อย่าเข้าใจผิดว่ายิ่งเข้มยิ่งดี สีของเลนส์ในแว่นกันแดดไม่ได้ช่วยในการปกป้องรังสี เพราะประสิท ธิ ภาพสำคัญเกิดจากสารเคมีที่เคลือบเพื่อสะท้อนรังสี
ปฏิกิริยา: 
แต่งตัวอย่างไร ให้มีส่วนเว้าส่วนโค้ง  



        หนึ่งในปัญหาหนักใจที่ทำให้คุณไม่อยากออกไปช้อปปิ้ง คือรูปร่างหนา ที่แต่งตัวยังไงก็ไร้เอวใช่หรือเปล่า ลองใช้เทคนิคมิกซ์แอนด์แมตซ์มาช่วยพรางเอวให้เล็กลง โดยไม่ต้องลดน้ำหนักดูสิ

     ลองใส่เสื้อผ้าโทนสีเข้มตั้งแต่ช่วงเอวขึ้นไป และใส่โทนสีอ่อนกว่าตั้งแต่ช่วงสะโพกลงมา

     เลือกใส่ชุดสีพื้นดีกว่าชุดที่มีลวดลาย เพราะลายอาจกลายเป็นตัวเร่งที่ทำให้คุณดูเอวหนากว่าเก่า

     ถ้าใส่เสื้อด้านบนหลวม ให้ใส่กางเกงที่พอดีตัว เช่น เลกกิ้งหรือสกินนี่ แต่กรณีนี้ ต้องดูช่วงขาของคุณด้วยว่าใหญ่หรือเล็กมากน้อยเพียงใด

     ถ้าสาว ๆ มีสะโพกอย่าง บียอนเซ่ ให้หาเข็มขัดเส้นใหญ่มาคาดที่เอว จะทำให้เรือนร่างที่เป็นจุดด้อยพลิกกลับเป็นเด่นทันที เมื่อเข็มขัดเสริมสรีระคุณให้ดูสะโอดสะองมากขึ้น
ปฏิกิริยา: 
เปลี่ยนผมเสีย ให้กลับเป็นผมสวย


ทรงผม ผม


  ทุกเช้าหลังตื่นนอน ใช้ปลายนิ้วมือสางผมอย่างอ่อนโยน ป้องกันปัญหาผมพันกัน

  ก่อนสระผม ใช้แปรงไม้แปรงผมอย่างเบามือ เพื่อให้สิ่งสกปรกที่ติดผมอยู่หลุดออก เพื่อความนุ่มสวยของผมก็อาจจะใช้น้ำมันมะกอกชโลมที่เส้นผม แล้วใช้มือสางให้ทั่วหมักทิ้งไว้ 10 นาทีก่อนสระ 

  เลือกผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพผมที่เหมาะกับสภาพผม หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีแรงๆ ซึ่งอาจทำลายสมดุลของสุขภาพผมได้

  หมั่นบำรุงผมด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของมอยซ์เจอไรเซอร์เข้มข้น เพื่อคืนความชุ่มชื้นที่สูญเสียไปให้แก่เส้นผม หลีกเลี่ยงการใส่ครีมนวดบริเวณโคนผม เพราะจะทำให้หนังศีรษะมัน

  อย่าเกาศีรษะหรือขยี้ผมแรง ๆ ระหว่างสระควรใช้ปลายนิ้วมือนวดบำรุงหนังศีรษะอย่างอ่อนโยน เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด และป้องกันหนังศีรษะเป็นแผลหรือเกิดรังแคได้

  ผมเปียกจะอ่อนแอเป็นพิเศษ หลังสระจึงไม่ควรขยี้ผมหรือแปรงผมแรง ๆ แต่ถ้าจะแปรงให้ก้มหัวลงและใช้หวีแปรงที่โคนผมจนถึงปลายผม เพื่อกระตุ้นหนังศีรษะ

  หากมีเวลาควรปล่อยให้ผมแห้งเองด้วยการใช้พัดลม หลีกเลี่ยงการไดร์ หนีบ หรือม้วนผมด้วยความร้อนสูง ๆ

  รับประทานอาหารที่อุดมด้วยโปรตีน วิตามินบี 6 แมกนีเซียม สังกะสี เพื่อบำรุงเส้นผม เช่น เนื้อ ตับ ไต ข้าวซ้อมมือ กล้วย ลูกพรุน ลูกเกด ถั่ว นมและผัก

  หมั่นเล็มปลายผมทุก 8-10 สัปดาห์ ปิดท้ายด้วยการหลีกเลี่ยงการรัดผม มัดผม หรือคาดผมจนตึงแน่นเพื่อลดความเครียดและป้องกันปัญหาศีรษะล้านได้

  วิธี แปรงผมที่ถูกต้อง ให้แบ่งผมเป็นส่วน ๆ ค่อย ๆ หวีผมทีละส่วนด้วยหวีไม้ซี่ห่าง ๆ หลีกเลี่ยงหวีพลาสติกที่จะทำให้เกิดไฟฟ้าสถิต เริ่มแปรงผมจากด้านในมาด้านนอก แปรงผมอย่างอ่อนโยนจากบนลงล่าง
ปฏิกิริยา: 
วิธีกระชับหน้าท้อง สำหรับคนไม่มีเวลา



 

     หลายคนมักคิดว่าการออกกำลังกายนั้นจะต้องเดินทางไปที่ฟิตเนต หรือต้องทำอยู่กับที่เพียงอย่างเดียว...
วันนี้ women.mthai ขอชวนสาวๆ ที่อยากลดหน้าท้องแต่ไม่มีเวลา มากระชับหน้าท้องด้วยท่าบริหารง่ายๆ ขณะ
เราเดินทางค่ะ


    
1.ท่ายืนแขม่วท้อง ขณะที่ยืนบนรถโดยสาร ให้คุณหายใจเข้าและแขม่วท้องให้ได้มากที่สุด จากนั้นก็ค่อยๆ
ผ่อนลมหายใจออก โดยปล่อยลมออกจากท้องให้มากที่สุด ทำซ้ำประมาณ 10 ครั้ง

     2.ท่านั่งแขม่วท้อง หากได้นั่งรถโดยสาร ให้คุณนั้น นั่งหลังตรง แขม่วท้อง และหายใจเข้า-ออกเช่นเดียวกับ
ท่ายืนแขม่วท้อง ทำซ้ำ 10 ครั้งเช่นเดียวกันค่ะ

     3.ท่านั่งยกขา นั่งหลังตรงพิกพนักเก้าอี้โดยสาร ค่อยๆ ยกขาขึ้น ให้ปลายเท้าลอยขึ้นจากพื้นเล็กน้อย
ประมาณ 2-5 นิ้ว ขณะที่ทำการยกขาให้ใช้แรงจากหน้าท้องส่วนล่าง โดยยกขาค้างไว้ประมาณ 5 วินาที จึงสลับ
ข้าง ทำซ้ำประมาณ 10 ครั้ง


ถ้าหากว่าคุณสาวๆ ทำตามวิธีที่แนะนำไปอย่างเป็นประจำ รับรองว่าคุณจะมีหน้าท้องที่แบนราบแน่นอนค่ะ
ปฏิกิริยา: 
วิธีสยบสิว ด้วยน้ำซาวข้าวเหนียว

 
     เชื่อว่าสาวๆ คงหนีไม่พ้นปัญหา "สิว"  เม็ดเล็กเม็ดน้อย ที่คอยขึ้นรังควาญใจตลอดเวลา พอหายไปสักพักก็กลับมาอีก แต่จะทำยังไงดีล่ะหากว่าเราอยากจะทำให้เจ้าสิวเม็ดนั้นหายไปจากใบหน้าของเรา...

     women.mthai ขอแนะนำวิธีสยบสิว แบบง่ายเลยค่ะ ด้วย "น้ำซาวข้าวเหนียว" วิธีแบบไทยๆ ซึ่งเป็นตัวเอก
ของส่วนผสมที่จะใช้สยบเจ้าสิวตัวร้ายค่ะ

มาดูส่วนผสมกันดีกว่าค่ะ

     ข้าวเหนียว 1 ถ้วย
     น้ำมะนาวคั้นสด 1 ช้อนโต๊ะ
     น้ำสะอาด 1 ลิตร

วิธีทำ ก็ง่ายๆ เลยค่ะ

     ซาวข้าวเหนียวหนึ่งครั้งแล้วแช่ในน้ำสะอาด ใช้มือขัดข้าวเบาๆ จนน้ำเป็นสีขาวขุ่น รินเอาเฉพาะน้ำ เติมน้ำมะนาวลงไปคนให้เข้ากัน จากนั้นก็ล้างหน้าให้สะอาดด้วยคลีนซิ่ง ก่อนที่จะเอาน้ำซาวข้าวเหนียวที่ผสมไว้มาล้างหน้าอีกครั้ง แล้วซับให้หน้าแห้ง วิธีนี้ควรทำทุกเช้าและเย็นนะคะ เพื่อช่วยให้สิวยุบและแห้งเร็วขึ้นค่ะ




 
ปฏิกิริยา: 


ชะลอวัยด้วย "ผลไม้ทั้ง 7"

 


 

     วันนี้ women.mthai ขอเสนอเคล็ดลับที่จะช่วยให้สุขภาพพลานามัยของคุณสาวๆ ดีขึ้นด้วย "ผักผลไม้ทั้ง 7
ชนิด"
ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่า มีสารที่เป็นประโยชน์แก่คุณหญิงทุกวัย ช่วยทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งงดงาม และ
ยังช่วยชะลอความชราได้อีกด้วยนะคะ








     1.






     2.
 




     3.
บรอคโคลี่ เป็นพืชอีกชนิดหนึ่งที่เหมาะอย่างยิ่ง สำหรับคุณสุภาพสตรีทั้งหลาย เพราะบรอคโคลี่เป็นแหล่ง
ซีลีเนียมตามธรรมชาติ ซึ่งเจ้าตัวซีลีเนียมนี้แหละค่ะ ที่ช่วยบำรุงผิวพรรณ (ซีลีเนียม จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้
กับผิวหนัง จึงทำให้ผิวดูอ่อนวัยนุ่มนิ่ม มีน้ำมีนวลเหมือนหนุ่มสาว )
แถมยังช่วยลบริ้วรอยเหี่ยวย่นอีกด้วยนะคะ






     4.แอปเปิ้ล มีสารสำคัญ คือ "เบต้าแคโรทีน วิตามินซีและเส้นใยไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำ" ที่ชื่อ “เพคติน” แต่ที่
น่าสนใจสำคัญคุณผู้หญิงทั้งหลายคือ เจ้าตัว “เพคติน” นี้ที่มีคุณสมบัติช่วยลดความอยากอาหาร ลดน้ำหนัก และ
ลดโคเลสเตอรอลหากคุณหิวจนตาลาย แต่ยังไม่ถึงเวลาอาหารแอปเปิ้ลสักลูก จะช่วยลดความหิวได้ เพราะ
แอปเปิ้ลมีแป้งและน้ำตาล ในรูปของน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวถึง 75 % ทำให้ร่างกายสามารถดูดซึม น้ำตาลพิเศษ
ชนิดนี้ได้รวดเร็ว และนำไปใช้ประโยชน์ได้ ในเวลาไม่เกิน 10 นาที
     ดังนั้น ความอยากอาหารจึงลดลงทำให้คุณไม่รู้สึกหงุดหงิด หรือ อ่อนเพลีย แอปเปิ้ล 2-3 ผลต่อวัน ช่วยลด
ปริมาณโคเลสเตอรอลในกระแสเลือดได้ เพราะแอปเปิ้ลมีเพคตินซึ่งเป็นไฟเบอร์ที่ละลายน้ำได้ ผลจากการวิจัยชี้
ว่า เมื่อกรดในทางเดินอาหารย่อยสลายไขมัน และแยกโคเลสเตอรอลออกมาเสร็จสิ้นแล้ว เพคตินจากแอปเปิ้ล
จะไปคอยดักจับโคเลสเตอรอลเหล่านั้น และพาไปทิ้งก่อนที่จะถูกดูดกลับเข้าร่างกาย




     5.
กล้วยไข่ ไม่ว่ากล้วยชนิดไหนๆ ก็ดีต่อสุขภาพทั้งนั้นแหละค่ะ แต่...! กล้วยไข่ดีเป็นพิเศษ ในเรื่องของสาร
ต้านอนุมูลอิสระที่เรารู้จักกันดี คือ เบต้าแคโรทีนโดยธรรมชาติ เมื่อเราอายุพ้นยี่สิบสองไปแล้ว ความเจริญเติบโต
ของร่างกาย จะเริ่มหยุดชะงัก ความเสื่อมในส่วนต่างๆ ของร่างกายก็จะเริ่มมาเยือนอย่างช้าๆ ขณะนั้นเองมีสองสิ่ง
ที่สำคัญเกิดขี้นในร่างกายของเรา ซึ่งก็คือ สิ่งแรก เซลล์ในร่างกายทุกเซลล์จะผลิตอนุมูลอิสระมากขึ้น สิ่งที่สอง
ความสามารถในการซ่อมแซม ส่วนที่สึกหรอของร่างกายจะลดลงเรื่อยๆ พร้อมกันนั้นความสามารถ ในการจำกัด
อนุมูลอิสระ ( Detoxification ) ก็ลดลงอย่างน่าตกใจเช่นกัน ดังนั้น กลยุทธ์ที่คุณจะสู้กับความแก่ด้วยตนเอง ก็
คือ คุณต้องรับประทานอาหาร ที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระให้มาก ซึ่งสารนี้เรารู้จักในชื่อที่ เรียกว่า แอนตี้ออกซิ
แดนท์ (Antioxidants) ซึ่งในกล้วยไข่ 1 ขีด มีสารเบต้าแคโรทีนถึง 492 มิลลิกรัม






     6.


 
ส้ม แหล่งวิตามิน เกลือแร่ และเส้นใยธรรมชาติ การรับประทานส้มโดยไม่คายกาก จะช่วยคุมน้ำหนักได้อีก
วิธีหนึ่ง เพราะจะทำให้รู้สึกอิ่มท้องเร็ว เป็นประโยชน์สำหรับ คนที่ต้องการลดน้ำหนักได้อย่างดีทีเดียวค่ะ นอกจาก
นี้ หากรู้สึกหิวก่อนเวลา แทนที่จะนึกถึงเค้กก้อนโต หรือโดนัทชิ้นใหญ่ ให้ลองหยิบส้มสักลูกเข้าปากแทน จะได้
ประโยชน์มากกว่าในราคาที่ถูกกว่าด้วยนะคะ


     นอกจากผักผลไม้ทั้งเจ็ดนี้แล้ว ผักและผลไม้อื่นๆ ก็มีคุณประโยชน์ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน สาวๆ ที่อยากมี
สุขภาพดี ก็อย่าลืมหันมาทานผักและผลไม้กันเยอะๆ นะคะ


     7.
ฝรั่ง คุณผู้หญิงทั้งหลายทราบหรือไม่คะว่าฝรั่ง 1 ขีดมีวิตามินซีสูงถึง180 มิลลิกรัม วิตามินซี มีบทบาทใน
การสร้างคอลลาเจน ที่ทำให้ผิวพรรณบนใบหน้าของคุณเต่งตึง ไม่แก่ก่อนวัยวิตามินซี เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ
ซึ่งเจ้าตัวสารต้านอนุมูลอิสระนี้เอง ที่ทำให้คอลลาเจนและอีลาสตินเสื่อมสภาพ ผิวหนังแห้งเหี่ยว เกิดริ้วรอยตีนกา
วิตามินซี มีความสำคัญต่อการสร้าง และบำรุงเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน (ConnectiveTissue) เซลล์นับล้านๆ ตัวเกาะเกี่ยว
กันเป็นร่างกายได้ ด้วยเนื้อเยื่อที่เรียกว่า คอลลาเจนมันคือคอลลาเจนตัวเดียวกันกับคอลลาเจน ที่ทำให้ผิวพรรณ
บนใบหน้าของคุณผู้หญิงทั้งหลายเต่งตึงนั่นเอง และเพราะฝรั่งอุดมไปด้วยวิตามินซีนั่นเอง คุณๆ ทั้งหลายที่อยาก
คงความเป็นหนุ่มเป็นสาวให้แก่ผิวสวยไว้นานๆ น่าจะลองหันมารับประทานฝรั่งเป็นประจำนะคะ
ถั่ว ผู้หญิงทุกคนอยากมีหุ่นสวยเพรียว ไม่มีไขมันส่วนเกินสะสม ถั่ว...ช่วยคุณได้ค่ะ "ถั่ว" เป็นอาหารที่อุดม
ไปด้วยโปรตีน เหล็ก วิตามินบี นอกจากนี้นักวิทยาศาสตร์ยังค้นพบว่า เมื่อคุณรับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์ ชนิด
ที่ละลายน้ำได้ (ซึ่งถั่วมีอยู่แล้วมากมาย) ไฟเบอร์จะเคลือบผิวกระเพาะ ทำให้รู้สึกอิ่มเร็วและอิ่มนานความอยาก
อาหารจะลดลง ซึ่งแน่นอนว่ามีประโยชน์กับคุณสุภาพสตรี ที่ต้องการลดความอ้วนเป็นอย่างมาก
ลูกพรุน เป็นแหล่งที่ดีของโปแตสเซียม เหล็กและไฟเบอร์ที่สำคัญพรุน ช่วยทำให้ผิวพรรณมีเลือดฝาด
ผู้หญิงเราเมื่อผ่านช่วงสดใสของชีวิต คือ "วัยยี่สิบห้า ร่างกายก็จะเริ่มเสื่อมโทรม" ไขมันเริ่มเข้าสะสมตามที่ต่างๆ
มากมายใบหน้าที่เคยอวบอิ่มด้วยเลือดฝาด ก็เริ่มหมองคล้ำผิวพรรณจะเป็นสีชมพูระเรื่อหรือซีดโทรม เกิดได้
หลายสาเหตุ เช่นผิวมีความหนามากขึ้นตามวัย จนมองไม่เห็น เลือดฝาด คือ เป็นโรคโลหิตจางนั่นเอง
     "พรุน" เป็นแหล่งธาตุเหล็กที่ดี พรุนแห้งหนึ่งขีดมีธาตุเหล็ก 2.78 มิลลิกรัมและมีวิตามิน ซี ซึ่งช่วยในการดูด
ซึมธาตุต่างๆ เข้าสู่ร่างกาย ดังนั้นหากคุณผู้หญิงอยากมีร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ริมฝีปากแดงสดเหมือนกับ
สตรอเบอรี่ แก้มแดงใสเหมือนลูกเชอรี่ โดยไม่ต้องใช้เครื่องสำอางดู เป็นคนที่มีสุขภาพดีสมบูรณ์ด้วยเลือดฝาด

ลองรับประทานลูกพรุนสดๆ หรือลูกพลัมดูสิค่ะไม่เลวเลยทีเดียว